วันพฤหัสบดีที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2554






คุณเคยทราบไหมว่า ร่างกายของคุณทำงานตามช่วงเวลา





01.00 น. - 03.00 น. เป็นช่วงเวลาการทำงานของ"ตับ"


ข้อควรปฏิบัติ : นอนหลับพักผ่อนให้สนิท


อาหารบำรุง : อาหารที่ช่วยล้างพิษ เช่น งา น้ำผลไม้และน้ำสะอาด


03.00 น. - 05.00 น. เป็นช่วงเวลาการทำงานของ"ปอด"


ข้อควรปฏิบัติ : ตื่นนอน สูดอากาศสดชื่นอาหารบำรุง


: อาหารจำพวกเบต้าแคโรทีนและวิตามินเอสูง เช่น ส้ม ผักใบเขียว น้ำผึ้ง หอมใหญ่


05.00 น. - 07.00 น. เป็นช่วงเวลาการทำงานของ"ลำไส้ใหญ่"


ข้อควรปฏิบัติ : ขับถ่ายอุจจาระอาหารบำรุง


: อาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช


07.00 น. - 09.00 น. เป็นช่วงเวลาการทำงานของ"กระเพาะอาหาร"


ข้อควรปฏิบัติ : กินอาหารเช้าอาหารบำรุง


: ควรมีพลังงานและสารอาหารอย่างน้อย 1 ใน 4 หรือร้อยละ 25


ของปริมาณที่ควรได้รับตลอดวัน


09.00 น. - 11.00 น. เป็นช่วงเวลาการทำงานของ"ม้าม"

ข้อควรปฏิบัติ : พูดน้อย กินน้อย ไม่นอนหลับอาหารบำรุง

: มันเทศสีแดง หรือเหลือง อาหารที่ทำจากบุก

11.00 น. - 13.00 น. เป็นช่วงเวลาการทำงานของ"หัวใจ"

ข้อควรปฏิบัติ : หลีกเลี่ยงความเครียดทั้งปวงอาหารบำรุง

: อาหารที่มีสีแดงตามธรรมชาติ เช่น ถั่วแดงและผลไม้สีแดง น้ำมันปลา วิตามินบีต่างๆ

13.00 น. - 15.00 น. เป็นช่วงเวลาการทำงานของ"ลำไส้เล็ก"

ข้อควรปฏิบัติ : งดกินอาหารทุกประเภทอาหารบำรุง

: อาหารไขมันต่ำ น้ำสะอาด

15.00 น. - 17.00 น. เป็นช่วงเวลาการทำงานของ"กระเพาะปัสสาวะ"

ข้อควรปฏิบัติ : ทำให้เหงื่อออก (ออกกำลังกาย หรือ อบตัว)

อาหารบำรุง: ผลไม้เช่น บิลเบอร์รี่ และทานน้ำสะอาดมากๆ

17.00 น. - 19.00 น. เป็นช่วงเวลาการทำงานของ"ไต"

ข้อควรปฏิบัติ : ทำตัวให้สดชื่น ไม่ง่วงหงาวหาวนอนอาหารบำรุง

: อาหารที่มีเกลือต่ำ รวมถึงสมุนไพรจีน เช่น ถั่งเฉ้า

17.00 น. - 21.00 น. เป็นช่วงเวลาการทำงานของ"เยื่อหุ้มหัวใจ"

ข้อควรปฏิบัติ : ทำสมาธิ หรือสวดมนต์อาหารบำรุง

: อาหารจำพวกโปรตีนที่มีไขมันต่ำ รวมถึงวิตามินบีต่างๆ

21.00 น. - 23.00 น. เป็นช่วงเวลาการทำงานของ"ระบบความร้อนของร่างกาย"

ข้อควรปฏิบัติ : ห้ามอาบน้ำเย็น ห้ามตากลม ทำร่างกายให้อบอุ่นอาหารบำรุง

: อาหารที่มีรสเผ็ดร้อน เช่น ขิง โสม

23.00 น. - 01.00 น. เป็นช่วงเวลาการทำงานของ"ถุงน้ำดี"

ข้อควรปฏิบัติ : ดื่มน้ำก่อนเข้านอนอาหารบำรุง

: อาหารที่มีไขมันต่ำ และไม่ทานอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ

วันจันทร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2554



เชื่อไหมว่า มีสิ่งมหัศจรรย์ซุกซ่อนอยู่ในตัวเรา! อย่าเพิ่งทำตาโตไป เพราะมันคือเรื่องจริงของร่างกายมนุษย์นี่แหละที่เป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างยิ่ง

1 ยิ่งมีลูกมาก โอกาสที่ลูกจะเป็นผู้ชายยิ่งน้อยลง
2 พิสูจน์กันหลายครั้งหลายหนแล้วว่า แม่จะพูดกับทารกหญิงมากกว่าทารกชาย
3 มนุษย์เป็นสัตว์ประเภทเดียวที่ปวดศีรษะ
4 หลังจากที่ถูกตัดคอ คุณจะมีสติอยู่ได้อีกราว 1-2 วินาที เพียงพอที่จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
5 นักวิทยาศาสตร์บางท่านนั่งยัน นอนยันว่า อาการหน้าแดงมีแนวโน้มมาจากกรรมพันธุ์
6 รู้ไหมว่า เวลาที่เขินหรืออึดอัด ซึ่งทำให้ใครบางคนหน้าแดงนั้น อาจทำให้คนอื่น ๆ หน้าซีดเผือดได้
7 การพิสูจน์ความรักจากรูม่านตาที่เบิกกว้าง ใช้ไม่ได้ผล เพราะเวลาที่มองใครด้วยความเกลียดชัง รูม่านตาก็เบิกกว้างเช่นกัน
8 ร้องไห้เยอะ ๆ นั่นแหละดี เพราะจะช่วยป้องกันอาการปวดศีรษะ เป็นลมพิษ และอาจรวมไปถึงหัวใจวายด้วย
9 ยิ่งคุณหมกมุ่น คุณจะยิ่งกระพริบตาถี่ขึ้น
10 ที่เรามีรูจมูก 2 ข้าง เพราะปอดแต่ละข้างของเราใช้งานรูจมูกแยกกัน 25% ของผู้สูญเสียประสาทรับกลิ่น จะสูญเสียแรงขับทางเพศไปด้วย
11 ไซนัสเป็นตัวการที่ทำให้เสียงของคุณ กับเสียงของคนอื่น ๆ ไม่เหมือนกัน
12 คุณไม่สามารถหาว ระหว่างที่หลับสนิทได้
13 ไม่มีคุณผู้หญิงคนไหนหุบปาก เวลาปัดคาสมาร่า
14 มีหลากวิธีที่ทำให้หายสะอึก หนึ่งในนั้นคือ การนำของที่เย็นจัดอย่างก้อนน้ำแข็ง กระป๋อง หรือขวดน้ำอัดลมแช่เย็นจัด ประคบลำคอข้างลูกกระเดือก ความเย็นจะกระตุ้นให้กระบังลมหดเกร็ง
15 แพทย์ผิวหนังบางท่านลงความเห็นว่า การนอนหลับด้วยท่าคว่ำหน้า จะทำให้ผิวหนังเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น
16 มนุษย์เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดเดียว ที่ไม่มีสีที่ฝ่ามือ
17 อย่าต่อว่า หากได้กลิ่นเท้าของลูก ๆ เพราะอาการ "เท้าเหม็น" มาจากกรรมพันธุ์
18 มีข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ ระบุว่า ไม่ใช่ผู้ชายเท่านั้นที่ชอบผู้หญิงผมทอง ยุงก็ชอบคนผมทองเช่นกัน
19 การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลานาน ทำให้ขนหน้าอกผู้ชายหลุดร่วง
20 ถ้าอยากรู้ความกว้างของมือ ก็ให้วัดจากความยาวของนิ้วกลาง
21 หน่วย ฟุต ที่เท่ากับ 12 นิ้วนั้น มาจากการวัดความยาวพระบาทของพระเจ้าชาร์เลอมาญ
22 มีผู้รู้บอกไว้ว่า อาการเคล็ดขัดยอกจะหายเร็วขึ้น หากคุณไม่บริโภคเกลือ ฯลฯ