วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Laptop

Laptop

A laptop (also known as a notebook)[1][2] is a personal computer designed for mobile use.[3][4][5] A laptop integrates most of the typical components of a desktop computer, including a display, a keyboard, a pointing device (a touchpad, also known as a trackpad, and/or a pointing stick) and speakers into a single unit. A laptop is powered by mains electricity via an AC adapter, and can be used away from an outlet using a rechargeable battery. A laptop battery in new condition typically stores enough energy to run the laptop for three to five hours, depending on the computer usage, configuration and power management settings. When the laptop is plugged into the mains, the battery charges, whether or not the computer is running, with the exception of some laptops.
Portable computers, originally monochrome CRT-based and developing into the modern laptop, were originally considered to be a small niche market, mostly for specialized field applications such as the military, accountants and sales representatives. As portable computers became smaller, lighter, and cheaper and as screens became larger and of better quality, laptops became very widely used for all purposes.









Desktop replacement

A desktop-replacement computer is a laptop that provides most of the capabilities of a desktop computer, with a similar level of performance. Desktop replacements are usually larger and heavier than standard laptops. They contain more powerful components and have a 15" or larger display.[16] They are bulkier and not as portable as other laptops, and their operation time on batteries is typically shorter; they are intended to be used as compact and transportable alternatives to a desktop computer.[16]
Some laptops in this class use a limited range of desktop components to provide better performance for the same price at the expense of battery life; a few of those models have no battery. These, and sometimes desktop-replacement computers in general, are sometimes called desknotes, a portmanteau of "desktop" and "notebook".[17]
In the early 2000s desktops were more powerful, easier to upgrade, and much cheaper than laptops, but in later years laptops have become much cheaper and more powerful,[18] and most peripherals are available in laptop-compatible USB versions which minimise the need for internal add-on cards. In the second half of 2008 laptops outsold desktops for the first time.
The names "Media Center Laptops" and "Gaming Laptops" are used to describe specialized notebook computers.
[15]







Subnotebook

A subnotebook or ultraportable, is a laptop designed and marketed with an emphasis on portability (small size, low weight and often longer battery life) that retains performance close to that of a standard notebook.[19] Subnotebooks are usually smaller and lighter than standard laptops, weighing between 0.8 and 2 kg (2 to 5 pounds);[15] the battery life can exceed 10 hours[20] when a large battery or an additional battery pack is installed. Since the introduction of netbooks, the line between subnotebooks and higher-end netbooks has been substantially blurred.
To achieve the size and weight reductions, ultraportables use 13" and smaller screens (down to 6.4"), have relatively few
ports (but in any case include two or more USB ports), employ expensive components designed for minimal size and best power efficiency, and utilize advanced materials and construction methods. Most subnotebooks achieve a further portability improvement by omitting an optical/removable media drive; in this case they may be paired with a docking station that contains the drive and optionally more ports or an additional battery.
The term "subnotebook" is reserved to laptops that run general-purpose desktop operating systems such as
Windows, Linux or Mac OS X, rather than specialized software such as Windows CE, Palm OS or Internet Tablet OS.



Netbook and netp
Netbooks are laptops that are light-weight, economical, energy-efficient and especially suited for wireless communication and Internet access.[21][22] Hence the name netbook (as "the device excels in web-based computing performance")[23] rather than notebook which pertains to size.[24]
With primary focus given to web browsing and e-mailing, netbooks are intended to "rely heavily on the Internet for remote access to web-based applications"[23] and are targeted increasingly at cloud computing users who rely on servers and require a less powerful client computer.[25] While the devices range in size from below 5 inches[26] to over 12,[27] most are between 9 and 11 inches (280 mm) and weigh between 0.9 – 1.4 kg (2–3 pounds).[23]
Netbooks are mostly sold with light-weight operating systems such Linux, Windows XP and Windows 7 Starter edition.
A netpad is a laptop which is heavily built on RAM specifications to take on
internet surfing.




Tablet laptop

A Lenovo X61 tablet laptop with stylus
Typical modern
convertible laptops have a complex joint between the keyboard housing and the display permitting the display panel to swivel and then lie flat on the keyboard housing.
Typically, the base of a tablet laptop attaches to the display at a single joint called a swivel hinge or rotating hinge. The joint allows the screen to rotate through 180° and fold down on top of the keyboard to provide a flat writing surface. This design, although the most common, creates a physical point of weakness on the notebook.
Some manufacturers have attempted to overcome these weak points. The
Panasonic Toughbook 19, for example, is advertised as a more durable convertible notebook. One model by Acer (the TravelMate C210) has a sliding design in which the screen slides up from the slate-like position and locks into place to provide the laptop mode.
Tablet laptops have the advantage to offer the keyboard and pointing device (usually a trackpad) of older notebooks, for users who do not use the
touchscreen display as the primary method of input.







วันจันทร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

รู้ทันอันตรายจากอาหาร

จริงหรือที่ว่าผลไม้นั้นดีต่อสุขภาพ ในขณะที่มันฝรั่งอบกรอบมีอันตรายแอบแฝง แต่ในความเป็นจริงอาหารที่ดีก็สามารถเป็นอันตรายและทำให้ป่วยได้ หากกินอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่น การกินเนยกับยาบางชนิดอาจทำให้เกิดโรคหัวใจ ผู้เชี่ยวชาญรู้ว่าอาหารที่เรากินกันนั้น มีปริศนาซ่อนอยู่และไม่ได้ดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพสำหรับทุกคน อย่างเช่น
1.แอลกอฮอล์
หากดื่มแอลกอฮอล์มากจะทำลายตับ มีปัญหากับระบบกระเพาะและลำไส้ เยื่อบุปาก ตับอ่อน ระบบหัวใจและหลอดเลือด ความจำ กระดูก และหลอดอาหาร โดยเฉพาะผู้หญิงตั้งครรภ์ที่ดื่มแอลกอฮอล์ อาจทำให้โครงสร้างบางอย่างของทารกเปลี่ยนไป เช่น หัวใจ หู และข้อต่อ
2.หน่อไม้ดิบ ไม่ควรกินหน่อไม้ดิบเป็นอาหาร เพราะมีสาร Cyanogenic Glycoside ที่จะเปลี่ยนเป็นสารพิษเมื่อเข้าไปสู่ระบบย่อยอาหาร แต่เมื่อผ่านความร้อนจากการปรุง ความร้อนจะทำลายสารพิษดังกล่าว หน่อไม้ก็จะกลายเป็นอาหารที่มีประโยชน์เพราะมีสาร Silica ที่จะช่วยบำรงผิว ผม เล็บ และกระดูก
3.ไข่
ไม่ควรกินไข่ดิบ เพราะอาจได้รับอันตรายจากการติดเชื้อซัลโมเนลลา ทำให้อาเจียน ปวดมวนท้อง ท้องเสีย และเป็นไข้ โดยเฉพาะจะอันตรายมากกับเด็ก ๆ และคนชรา ดังนั้นจึงควรใช้ความร้อนมากกว่า 75 องศาเซลเซียสในการปรุงไข่เพื่อฆ่าเชื้อโรค
4.น้ำมันร้อนจัดเกินไป หากใช้น้ำมันร้อนจัดเกินไปอาจทำให้เกิดสาร Peroxide ซึ่งสามารถยับยั้งเอนไซม์ที่สำคัญ ๆ ได้ นอกจากนี้ยังเป็นที่ต้องสงสัยว่า จะเกิดเนื้องอกและก่อมะเร็ง ดังนั้น จึงไม่ควรทอดน้ำมันที่ใช้ความร้อนเกิน 80 องศาเซลเซียส
5.ปลา ทั้งปลา หอย และอาหารทะเลอื่น ๆ ได้รับสารอันตรายจากทะเล เช่น สารปรอท , DDT, Dioxin หรือ PCB หากได้รับสารอันตรายเหล่านี้มากเกินไป ก็อาจเป็นอันตรายต่อเส้นประสาท ทำให้คลื่นเหียน อาเจียน ประสาทหลอน เสียความสมดุล อาจทำให้กล้ามเนื้อ การหายใจ และหัวใจตายด้าน และเพียง 15 นาทีก็จะทำให้เสียชีวิตได้
6.เนื้อดิบ


สตรีตั้งครรภ์ห้ามกินเนื้อดิบ ๆ เพราะแบคทีเรียจากเนื้อดิบอาจเป็นอันตราย หรือหลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ต่อตัวอ่อนในครรภ์ หลังจากกินเนื้อดิบอาจก่อให้เกิดอาการคัน ลำไส้อักเสบ หรือน้ำหนักลดซึ่งต้องไปพบแพทย์
ข้อแนะนำ : เพื่อไม่ให้อาหารเป็นอันตรายต่อสุขภาพ คุณควรให้ความสนใจกับสิ่งที่กิน อาหารอันตรายก็ควรระวังในการปรุง และกินในปริมาณพอควรเท่านั้น หลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้

วันจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

8 โรคอันตรายที่มากับฤดูหนาว


1. ไข้หวัดใหญ่ (Influenza)ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจอย่างเฉียบพลัน เชื้อต้นเหตุเป็นไวรัสที่ เรียกว่า อินฟลูเอ็นซาไวรัส (influenza virus) หรือไวรัสไข้หวัดใหญ่ ซึ่งมีอยู่ 2 ชนิดคือ influenza A และ B ส่วนไวรัส influenza อีกชนิดหนึ่งคือ influenza C มีความรุนแรงน้อยและไม่มีความสำคัญในการแพร่ระบาด จึงอาจไม่นับอยู่ในกลุ่มของโรคไข้หวัดใหญ่


2. ไข้หวัด (Common cold)ไข้หวัดธรรมดาจะมีอาการคล้ายๆ ไข้หวัดใหญ่ได้ แต่ข้อแตกต่างก็คือไข้หวัดธรรมดามักมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอจาม คันคอ เป็นอาการเด่น ไม่ค่อยมีอาการไข้ และปวดกล้ามเนื้อไข้หวัดใหญ่มีภาวะแทรกซ้อนได้บ่อยกว่า และโดยทั่วไปอาการรุนแรงและยาวนานกว่าไข้หวัดธรรมดา ไข้หวัดธรรมดามีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้น้อยมาก แต่ไข้หวัดใหญ่โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงถึงชีวิตได้เช่นปอดบวม
3. โรคปอดบวม (Pneumonia)โรคปอดบวมหมายถึงภาวะปอดซึ่งเกิดการอักเสบ ซึ่งอาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ซึ่งในสภาวะที่ผิดปกติอาจเกิดจากเชื้อรา และพยาธิ เมื่อเป็นปอดบวม จะมีหนองและสารน้ำอย่างอื่นในถุงลม ทำให้ร่างกายไม่สามารถรับออกซิเจน ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน และอาจถึงแก่ชีวิตได้
4. โรคหัด (Measles)โรคนี้เป็นโรคของเด็กวัยก่อนเรียนและวัยเรียน ตั้งแต่อายุ 2 ถึง 12 ขวบ มักไม่พบในเด็กเล็กกว่า 8 เดือน เพราะมีภูมิคุ้มกันจากแม่ ติดต่อกันได้ง่ายมากจากการไอ จามรดกันโดยตรง หรือหายใจเอาละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย ของผู้ป่วยที่ลอยอยู่ในอากาศเข้าไป โรคหัดมักเกิดระบาดในช่วงปลายฤดูหนาวต่อกับฤดูร้อน
5. โรคหัดเยอรมัน (Rubella) แพทย์ชาวเยอรมันเป็นผู้อธิบายว่า โรคนี้เป็นโรคใหม่ที่ต่างจากหัดเป็นคนแรก จึงเรียกโรคนี้ว่า หัดเยอรมัน ส่วนในบ้านเรามีชื่อเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า เหือด โรคนี้ไม่ใช่โรคร้ายแรง ถ้าเป็นกับเด็กหรือผู้ใหญ่ทั่วไปมักจะหายได้เอง โดยไม่มีโรคแทรกซ้อนที่รุนแรง


6. โรคไข้สุกใส (Chickenpox/Varicella) โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า วาริเซลลาไวรัส (Varicella virus) หรือ Human herpesvirus type 3 เป็นเชื้อตัวเดียวกับที่ทำให้เกิดงูสวัด ติดต่อโดยการสัมผัสถูกตุ่มน้ำโดยตรงหรือสัมผัสถูกของใช้ (เช่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ผ้าห่ม ที่นอน) ที่เปื้อนตุ่มน้ำของคนที่เป็นสุกใสหรืองูสวัด หรือสูดหายใจเอาละอองของตุ่มน้ำ ผ่านเข้าทางเยื่อเมือก

7. โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน (Acute Gastroenteritis)โรคนี้ เป็นโรคที่องค์การอนามัยโลกให้ความสำคัญและยืนยันถึงภัยอันตราย เนื่องจากอัตราการเสียชีวิตของเด็กยังมีอัตราที่สูง โดยคร่าชีวิตเด็กทั่วโลกปีละสามหมื่นถึงห้าหมื่นคน เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน คือโรตาไวรัส (Rota virus)
8. โรคไข้หวัดนก (Avian Influenza)เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ (Influenza A) สายพันธุ์ H5N1 เป็นโรคไข้หวัดใหญ่ในสัตว์ปีกที่มักมีการเรียกขานว่า ไข้หวัดนก สัตว์ปีกทุกชนิดรับเชื้อนี้ได้ ไก่มักป่วยรุนแรงและตาย ส่วนนกน้ำ นกชายทะเล นกป่า และเป็ดมักไม่ป่วย แต่เป็นพาหะ คือมีเชื้อออกมากับมูล ทำให้โรคแพร่มายังไก่ที่เลี้ยงในฟาร์มและตามบ้านเรือน รวมทั้งนกในธรรมชาติ






































































































































วันจันทร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

สถานการณ์น้ำท่วม





ประเทศไทย มักจะต้องเผชิญกับปัญหาความไม่พอดีของน้ำอยู่เสมอ บ่อยครั้งที่ชาวบ้านในแถบที่ราบสูง ต้องเผชิญกับความแห้งแล้งจนทำให้พืชผลไร่นาเสียหาย ปีนี้ก็เช่นกันที่ปัญหาภัยแล้งมาเยือนเสียจนน้ำในเขื่อนแทบแห้งขอด น้ำในแม่น้ำต่างเหือดหาย แต่แล้ว...พายุฝนก็ซัดกระหน่ำลงมาราวกับพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ จากพื้นที่ความแห้งแล้งก็กลับกลายเป็นน้ำท่วมสูง…

จ.แพร่ เป็นจังหวัดที่ต้องเผชิญกับปัญหาอุทกภัยอย่างสาหัสใน 8 อำเภอ เมื่อน้ำป่าไหลหลากทะลักมาอย่างรวดเร็ว จนทำให้ที่อยู่อาศัยหลายอำเภอ ใน จ.แพร่ ต้องจมอยู่ใต้น้ำที่สูงกว่า 1 เมตร และนั่นหมายถึงพืชผลทางการเกษตร 5,000 ไร่ รวมทั้งที่ดินเสียหายยับเยินหลายร้อยหลังคาเรือน


จ.น่าน ชาวบ้านกว่า 2,337 ครัวเรือน ใน 7 อำเภอ ต้องเดือดร้อนกับสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่การเกษตร 12,640 ไร่ โดยระดับน้ำขณะนี้สูงกว่า 1.20 เมตร


จ.ลำปาง ประสบภัยน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งทางจังหวัด ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินไปแล้ว 49 ตำบล 9 อำเภอ โดย อ.งาว และ อ.แม่เมาะ เป็นพื้นที่ล่าสุด โดยมีราษฎรกว่า 213,674 คน ใน 45,386 หลังคาเรือน ได้รับความเดือดร้อน และจากกรณีที่น้ำในห้วยแม่ตุ๋ยและห้วยแม่นึง สูงเอ่อล้นขึ้นมาบนฝั่งถึง 5 เมตร ทำให้โรงเรียนต่าง ๆ เสียหายอย่างมากและต้องประกาศหยุดเรียนทันที


จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่ ปภ.จ.เชียงราย สรุปสรุปสถานการณ์น้ำท่วม ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีน้ำท่วมใน 10 อำเภอ 41 ตำบล 330 หมู่บ้าน 20,000 หลังคาเรือน ประเมินมูลค่าความเสียหายกว่า 102 ล้านบาท โดยเฉพาะในพื้นที่ อำเภอพญาเม็งราย และ อำเภอแม่จัน ซึ่งพบว่าความเสียหายส่วนใหญ่จะเป็นถนน สะพาน และฝายกั้นน้ำ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่าง ๆ ได้มีการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลันอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากยังมีฝนตกลงมาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง


จ.สุโขทัย น้ำท่วมยังคงสร้างปัญหาให้กับสุโขทัยอย่างหนัก แม้กระทั่งพระสงฆ์ ยังไม่สามารถออกไปบิณฑบาตได้ ต้องหุงอาหารฉันเอง ทั้งตลาดและสถานที่สำคัญต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า โดยระดับน้ำจากแม่น้ำยมเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซ้ำบางจุดระดับน้ำท่วมสูงกว่า 10 เมตร ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน 84,544 คน 20,941 ครัวเรือน พื้นที่ทางการเกษตรเสียหายนับแสนไร่ สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสุโขทัยนั้น ได้มีการประกาศให้ 8 อำเภอเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย คือ อ.ศรีสัชนาลัย อ.สวรรคโลก อ.ศรีสำโรง อ.เมือง อ.กงไกรลาศ อ.ศีรีมาศ อ.ทุ่งเสลี่ยม และ อ.บ้านด่านลานหอย จ.พิษณุโลก ขณะนี้กำลังเผชิญกับความยากลำบากจากน้ำท่วมฉับพลัน ที่ทะลักมาจาก จ.สุโขทัย อีกทั้งยังมีน้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ที่ต้องคอยระวังเตรียมตัวรับมือให้ดี ซึ่งแม้น้ำจะลดลงบ้างแล้ว เหลือ 30-50 เซนติเมตร แต่ชาวพิษณุโลกใน 4 อำเภอ ก็ยังคงลำบากกับภัยธรรมชาติที่ยากต่อการรับมือ โดยพื้นที่การ เกษตรเสียหายไปแล้วกว่า 1,000 ไร่


จ.ชัยภูมิ น้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ในหลายอำเภอ และปริมาณของน้ำกำลังค่อย ๆ ลดลง แต่พื้นที่การเกษตรของชาวบ้านก็กลับเสียหายเป็นพันไร่ ซึ่งทำให้ชาวบ้านต่างหมดกำลังใจในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงนี้


จ.อุุบลราชธานี ระดับน้ำท่วมขณะนี้สูง 1 เมตร ในพื้นที่ 2 อำเภอ สร้างความเสียหายให้กับภาคการเกษตรกว่า 1,000 ไร่


จ.อุดรธานี น้ำท่วมใน 3 อำเภอ ระดับน้ำสูง 90 เซนติเมตร พื้นที่การเกษตรเสียหาย 10,000 ไร่


จ.กาฬสินธุ์ น้ำท่วมหนักในพื้นที่ 5 อำเภอ ระดับน้ำสูงประมาณ 1 เมตร สร้างความเสียหายให้กับภาคการเกษตรมากถึง 35,000 ไร่


จ.ร้อยเอ็ด วิกฤติน้ำท่วมไม่ต่างจากที่ จ.กาฬสินธุ์ เท่าใดนัก ประชาชนในพื้นที่ 5 อำเภอ ต้องเผชิญระดับน้ำสูง 1 เมตร พื้นที่การเกษตรเสียหาย 30,000 ไร่ จ.ชัยภูมิ น้ำป่าหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร ใน 3 อำเภอ ระดับน้ำเริ่มลดลงเหลือ 1 เมตร พื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 3,000ไรจ.สกลนคร น้ำท่วมหนักจนต้องประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติอุทกภัยฉุกเฉิน 16 อำเภอ จากทั้งหมด 18 อำเภอในจังหวัด ส่วนพื้นที่ความเสียหายยังอยู่ระหว่างการสำรวจ


จ.พิจิตร น้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาเพชรบรูณ์ ทำให้บ้านเรือน และโรงเรียนบางแห่งถูกน้ำท่วม ทำให้ต้องมีการปิดการเรียนการสอนไปแล้ว 5 แห่ง ส่วนพื้นที่ทำการเกษตรเสียหายถึง 50,000 ไร่ โดยระดับน้ำสูง 1 เมตร จ.ตากมีน้ำท่วมใน 2 อำเภอ สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่การเกษตร 1,000 ไร่ ระดับน้ำขณะนี้สูง 10 เซนติเมตร


จ.เพชรบูรณ์ ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ 2 อำเภอ ระดับน้ำสูง 50 เซนติเมตร
















วันพุธที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2553

ผลเสียของการทำศัลยกรรม
ต่อมา..จากครั้งที่แล้ว วันนี้! เราก็จะมาพูดถึงผลเสียจากการทำศัลยกรรมกันนะค่ะ ศัลยกรรมพลาสติก เคยได้ยิน เคยรู้ใช่ไหมว่ามันคือวิธีของหมอสมัยใหม่ที่จะทำให้คนสวย คนหล่อ หรือทำให้ดูหนุ่ม ดูสาวขึ้น ศัลยกรรมพลาสติกจึงมีทั้งการดึงหน้า ดึงตา ฉีดสารบางอย่างเข้าไป ดูดไขมันบางส่วนออกมา ตัดส่วนเกิน เติมส่วนขาดของส่วนหนึ่งส่วนใดในร่างกาย และอีกหลายๆ อย่าง


เมื่อปีที่ผ่านมา ชาวอเมริกันกว่าล้านคนที่ทำศัลยกรรมนี้ โดยกว่า 50% ยอมรับว่าอยากสวย อยากหล่อเท่านั้นเอง โดยไม่ได้นึกถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น อาจเป็นเพราะวิทยาการและเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้ผู้คนเห็นว่าเรื่องการทำศัลยกรรมเหล่านี้เป็นเรื่องง่าย เป็นเรื่องธรรมดามากๆ แต่ถึงอย่างไรทางการแพทย์ก็ยังเตือนให้พึงระลึกไว้เสมอว่า การผ่าตัดทุกครั้งมีความเสี่ยงสูงถึงชีวิตทั้งสิ้น ยกตัวอย่างเพียงการผ่าตัดก้นย้อยของคนที่กำลังจะแก้ให้กลมกลึงดังสาวรุ่นนั้น หมอต้องจรดปลายมีดหลายครั้งกว่าการผ่าตัดหัวใจเสียอีก จึงไม่ต้องสงสัยว่า ผู้เข้ารับการผ่าตัดต้องสูญเสียเลือดไปเท่าใด และบางครั้งอาจถึงขั้นสูญเสียชีวิตได้ทีเดียว และอาจเพราะเหตุนี้กระมังที่ทำให้บริษัทประกันไม่ยอมคุ้มครองการเจ็บป่วย อันเกิดจากการทำศัลยกรรมเพื่อเสริมสวยความงาม

ในขณะที่การแพทย์เตือนให้ผู้จะรับการผ่าตัดทำศัลยกรรมได้คำนึงถึงอันตรายและความเสี่ยงกันบ้าง เพราะแม้แต่องค์การอาหารและยาแห่งสหประชาชาติ ก็มีนโยบายเพียงตรวจสอบควบคุมเฉพาะยา อุปกรณ์การแพทย์และสารหรือวัสดุที่ใช้ในการนี้เท่านั้น ไม่ได้ควบคุมไปถึงขั้นตอนหรือกรรมวิธีการผ่าตัดของหมอด้วย
แต่ศัลยแพทย์ก็ออกมารับประกันความเสี่ยง โดยอ้างว่าเปอร์เซนต์ความเสี่ยงนั้นมีน้อยมาก ผลร้ายที่อาจเกิดขึ้นมีเพียงภาวะการติดเชื่อและโรคหัวใจอันเนื่องมาจากการวางยาสลบ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเป็นอันขาด ท่านที่กำลังจะตัดสินใจทำศัลยกรรม ลองดูตัวอย่างความเสี่ยงอย่างต่ำที่สุดดู ตัวอย่างการดึงตาซึ่งเป็นที่นิยมแพร่หลายกว่าการดึงหน้า คนที่กำลังจะแก่ หนังตาจะตกต้องดึงไว้ก่อน หมอใช้เวลาเพียง 1 - 2 ชั่วโมงเท่านั้น ผลออกมาจึงเป็นที่พอใจและถูกใจของเจ้าของตาแทบทุกราย งานนี้แม้จะง่ายก็ยังไม่วายมีความเสี่ยง ซึ่งมีเพียง 5% ที่พบว่ามีปัญหาทุกครั้งที่หลับตา เป็นอยู่หลายเดือนและมีอีกหลายรายที่ไม่อาจหลับตาได้ตามปกติ บางรายมีภาวะการมองเห็นแย่ลง และมีอยู่ 0.5% ที่ถึงขั้นตาบอด


มีข่าวตีพิมพ์เกี่ยวกับผลข้างเคียงในการทำศัลยกรรมตกแต่งมากมาย ซึ่งเกิดอาการแทรกซ้อน มีสาเหตุมาจากอาทิเช่น พยาบาล แพทย์หรือผู้ที่ทำการผ่าตัดหรือทำศัลยกรรมตกแต่ง ขาดความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน ขาดความระมัดระวังในการประกอบวิชาชีพ หรือผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ใช้ในการเสริมความงามดังกล่าวเช่น ซิลิโคนหรือเต้านมเทียมซิลิโคน ที่ใช้ฝังในร่างกายนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีคุณภาพ ขาดความปลอดภัย หรือไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นต้น
หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการคุ้มครองผู้บริโภคในกรณีนี้ ก็คือ กองควบคุมการประกอบโรคศิลปะซึ่งมีหน้าที่ในการควบคุมดูแลประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ สำหรับในส่วนของผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ ซึ่งได้แก่ ซิลิโคนหรือเต้านมเทียมนั้น กองควบคุมเครื่องมือแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา มีหน้าที่ในการควบคุมกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ดังกล่าว


อยากจะให้คิดไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนด้วยข้อมูลที่ถูกต้องในการรับผิดชอบที่ตัวเอง ก่อนทำศัลยกรรมนะค่ะ!




วันเสาร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2553

เห็นว่าน่ารักดี

L'ours blanc ou ours polaire (Ursus maritimus) est un grand mammifère carnivore originaire des régions arctiques. C'est, avec l'ours kodiak, le plus grand des carnivores terrestres et il figure au sommet de sa pyramide alimentaire.
Parfaitement adapté à son
habitat, l'ours blanc possède une épaisse couche de graisse ainsi qu'une fourrure qui l'isolent du froid. La couleur blanche de son pelage lui assure un camouflage idéal sur la banquise et sa peau noire lui permet de mieux conserver sa chaleur corporelle. Pourvu d'une courte queue et de petites oreilles[1], il possède une tête relativement petite et fuselée ainsi qu'un corps allongé, caractéristiques de son adaptation à la natation. L'ours blanc est un mammifère marin semi-aquatique[2], dont la survie dépend essentiellement de la banquise et de la productivité marine. Il chasse aussi bien sur terre que dans l'eau.
Cette espèce vit uniquement sur la
banquise autour du pôle Nord, au bord de l'océan Arctique. En raison du réchauffement climatique et du bouleversement de cet habitat, les populations d'ours blanc sont globalement en déclin et l'espèce est considérée comme en danger.
Animal charismatique, l'ours blanc a un fort impact culturel sur les peuples
inuit, qui dépendent toujours de sa chasse pour survivre. Il a également marqué la culture populaire via certains de ces représentants comme Knut, ou encore l'art avec la sculpture d'ours blanc réalisée par François Pompon.




Le lapin nain de couleur est l'une des races de lapin domestique les plus répandues dans les animaleries européennes. En effet, génétiquement semblables au Polonais appelé aussi Hermine, ils n'ont jamais vraiment été élevés pour leur chair.

La baleine est un mammifère marin de grande taille classé dans l'ordre des cétacés. Le terme s'applique à plusieurs espèces différentes dans les sous-ordres des mysticètes (baleines à fanons) et des odontocètes (baleines à dents). Les baleines représentent des animaux parmi les plus gros ; et deux espèces (respectivement la baleine bleue et le rorqual commun) qui sont les deux animaux les plus grands ayant jamais existéLe terme baleine est issu du latin ballaena, ballena dont Plaute fait la description. Le terme latin est probablement un emprunt de φάλλαινα [phallaina] issu d'une des œuvres d'Aristote[1] et pouvant se traduire par « chose gonflée »[2]. Le petit de la baleine est appelé baleineau.
Aujourd'hui, ce terme décrit les espèces de grands cétacés, et regroupe toutes les espèces de cétacé à
fanons et certaines espèces à dents parmi les baleines à bec, les cachalots, la Baleine blanche et la baleine tueuse, à savoir l'orque.
Notons que le
requin baleine n'est pas une baleine mais un poisson cartilagineux, le plus grand d'entre eux d'ailleurs. Le terme baleine dénote ici le gigantisme ; ce nom est donné génériquement aux plus grandes espèces de cétacés ; les cétacés plus petits pouvant être désignées par un autre terme générique comme celui de dauphin.

วันศุกร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2553

" ละครสัตว์รัสเซีย "

หากดินแดนหมีขาวอย่างรัสเซีย คือ อดีตสมาชิกของสหภาพโซเวียตที่ใหญ่ที่สุด มีอิทธิพลที่สุด และเป็นประเทศที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดในโลก ณ วันนี้ การแสดงละครสัตว์บันลือโลกที่เรียกกันติดปากว่า “รัสเซียนเซอร์คัส” ก็คงจะเป็นการแสดงที่ผู้คนทั่วโลกต่างรอคอยที่จะได้ชมสักครั้งหนึ่งในชีวิตก็คงยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน


ความจริงแต่ก่อนนี้ คำว่า “ละครสัตว์” ในภาษาอังกฤษนั้นไม่ได้มีคำเรียกว่า เซอร์คัส (Circus) อย่างที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้ เซอร์คัสในยุคนั้นหมายถึง เซอร์เคิล (Circle) หรือวงกลมนั่นเอง เพราะสมัยก่อนเหล่าสุภาพบุรุษโรมันนิยมการออกกำลังด้วยการขี่ม้าไปรอบๆ สนามที่เป็นวงกลม โดยสนามที่โด่งดังที่สุดของโรมันก็คือ เซอร์คัส แม็กซิมุส อันกว้างขวาง บริเวณเชิงเขาพาลาทิเน่ในกรุงโรม ซึ่งสนามนี้ยังใช้เป็นสนามสำหรับการประลองแข่งม้า และแสดงกิจกรรมต่างๆ ด้วย แต่นั่นก็ยังเรียกว่าเป็นละครสัตว์ได้ไม่เต็มปากนัก
และผู้ที่ทำให้ละคสัตว์เป็นรูปเป็นร่างขึ้นคนแรกก็ไม่ใช่คนรัสเซีย หากแต่เป็นชายหนุ่มชาวอังกฤษ ฟิลิป แอสตลีย์ผู้ซึ่งมีความสนใจในการขี่ม้ามาตั้งแต่เด็ก เมื่ออายุได้ 17 ปี เขาก็ต้องออกจากบ้านไปสมัครเป็นทหาร ก่อนจะกลายมาเป็นทหารที่ขี่ม้าได้เชี่ยวชาญที่สุดคนหนึ่ง และทำให้เพื่อนทหารด้วยกันถึงกับตะลึงบ่อยๆ เมื่อเห็นเขายืนบนหลังม้าที่กำลังควบ โดดขึ้นลงในขณะที่ม้ากำลังวิ่ง หรือเอาหัวตั้งเท้าชี้ฟ้าบนหลังม้าที่กำลังวิ่งเหยาะๆ
นั่นน่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้โรงละครสัตว์ของรัสเซียที่แขกไปใครมาต้องแวะมาชม ในวันนี้ยังคงมีรูปร่างเป็นโดมทรงกลม มีเวทีกลมๆ อยู่ตรงกลาง และมีม้าแสนรู้เป็นหนึ่งในชุดการแสดงที่เรียกเสียงปรบมือจากผู้ชมทั่วทั้งอัฒจันทร์
นอกจากการแสดงของม้าแล้ว ละครสัตว์รัสเซียวันนี้ยังมีเสือขาวเป็นหนึ่งในตัวเอก เช่นเดียวกับสุนัขแสนรู้ และลิงแสนฉลาดรวมอยู่ด้วย ขณะที่สัดส่วนของการแสดงสัตว์ลดลง ความสามารถพิเศษของคนก็ถูกนำมาแทนที่ ทั้งการแสดงยิมนาสติกแบบผาดโผนที่ไม่มีตาข่ายรองรับอยู่เบื้องล่าง การสปริงตัวอันสุดยอดของคนจากชนเผ่ามาไซ





วันจันทร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2553

กุหลาบ


ตามประวัติศาสตร์เล่าว่า กุหลาบป่าถูกนำมาปลูกไว้ในพระราชวังของจักรพรรดิจีน ในสมัยราชวงศ์ฮั่นราว 5,000 ปีมาแล้ว ขณะที่อียิปต์เองก็ปลูกกุหลาบเป็นไม้ดอก ส่งไปขายให้แก่ชาวโรมัน ชาวโรมันเป็นชาติที่รักดอกกุหลาบมากถึงจะสั่งซื้อจากประเทศอียิปต์แล้ว ยังลงทุนสร้างเนอร์สเซอรี่ขนาดใหญ่สำหรับปลูกดอกกุหลาบอีกด้วย สำหรับชาวโรมันแล้วเรียกได้ว่าดอกกุหลาบมีความสำคัญกับชีวิตประจำวัน เพราะชาวโรมันถือว่าดอกกุหลาบเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ซึ่งเป็นทั้งของขวัญ เป็นดอกไม้สำหรับทำเป็นมาลัยต้อนรับแขก เป็นดอกไม้สำหรับงานเฉลิมฉลองต่างๆ ใช้เป็นส่วนประกอบสำหรับทำขนม ทำไวน์ ส่วนน้ำมันกุหลาบยังใช้ทำเป็นยาได้อีกด้วย

บางตำนานกล่าวว่ากุหลาบเกิดจากการชุมนุมของบรรดาทวยเทพ เพื่อประทานชีวิตใหม่ให้กับนางกินรีนางหนึ่ง ซึ่งเทพธิดาแห่งบุปผาชาติ หรือ คลอริส บังเอิญไปพบนางนอนสิ้นชีพอยู่ ในตำนานนี้กล่าวว่า อโฟรไดท์ เป็นเทพผู้ประทานความงามให้ มีเทพอีกสามองค์ประทานความสดใส เสน่ห์ และความน่าอภิรมย์ และมี เซไฟรัส ซึ่งเป็นลมตะวันตกได้ช่วยพัดกลุ่มเมฆ เพื่อเปิดฟ้าให้กับแสงของเทพ อพอลโล หรือแสงอาทิตย์ส่องลงมาเพื่อประทานพรอมตะ จากนั้น ไดโอนีเซียส เทพเจ้าแห่งเหล้าองุ่นก็ประทานน้ำอมฤต และกลิ่นหอม เมื่อสร้างบุปผาชาติดอกใหม่นี้ขึ้นมาได้แล้ว เทพทั้งหลายก็เรียกดอกไม้ซึ่งมีกลิ่นหอมและทรงเสน่ห์นี้ว่า Rosa จากนั้น เทพธิดาคลอริส ก็รวบรวมหยดน้ำค้างมาประดับเป็นมงกุฎ เพื่อมอบให้ดอกไม้นี้เป็นราชินีแห่งบุปผาชาติทั้งมวล จากนั้นก็ประทานดอกกุหลาบให้กับเทพ อีโรส ซึ่งเป็นเทพแห่งความรัก กุหลาบจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรัก แล้วเทพ อีโรส ก็ประทานกุหลาบนี้ให้แก่ ฮาร์โพเครติส ซึ่งเป็นเทพแห่งความเงียบ เพื่อที่จะเก็บซ่อนความอ่อนแอของทวยเทพทั้งหลาย ดอกกุหลาบจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเงียบและความเร้นลับอีกอย่างหนึ่ง



สีแดง สื่อความหมายถึง ความรักและความปรารถนา เป็นดอกไม้ของกามเทพ คิวปิด และอีรอส เป็นสิ่งนำโชคนำความรักมาให้แก่หญิงหรือชายที่ได้รับ
สีชมพู สื่อความหมายถึง ความรักที่มีความสุขอย่างสมบูรณ์
สีขาว สื่อความหมายถึง ความมีเสน่ห์ ความบริสุทธิ์ มิตรภาพ และความสงบเงียบ และนำโชคมาให้แก่หญิงหรือชายเช่นเดียวกับกุหลาบแดง
สีเหลือง สื่อความหมายถึง เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเสมอนะ
สีขาวและแดง สื่อความหมายถึง ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
กุหลาบตูม สื่อความหมายถึง ความงามและความเยาว์วัย

มารี-อองตัวเน็ต โฌเซฟ ฌานน์ เดอ ฮับสบูร์ก-ลอแรนน์


มารี-อองตัวเน็ต โฌเซฟ ฌานน์ เดอ ฮับสบูร์ก-ลอแรนน์ (ประสูติ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2298กรุงเวียนนา สิ้นพระชนม์ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2336 กรุงปารีส) เจ้าหญิงแห่งฮังการี และแคว้นโบฮีเมีย อาร์คดัชเชสแห่งออสเตรีย ราชินีฝรั่งเศส และนาวาร์ (แคว้นบาสก์ในปัจจุบัน) (พ.ศ. 2317พ.ศ. 2336) รู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า มารี-อองตัวเนตแห่งออสเตรีย พระนางถูกประหารด้วยกิโยตินระหว่างการปฏิวัติ
ธิดาของสมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ที่ 1 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ดยุคใหญ่แห่งแคว้นทัสคานี (แห่งราชสำนักลอเรนน์) กับสมเด็จพระจักรพรรดินีนาถมาเรีย เทรีซาแห่งออสเตรีย มารี อองตัวเนตดำรงพระยศเป็น กษัตริย์ แห่งฮังการี และราชินีแห่งแคว้นโบฮีเมีย อาร์คดัชเชสแห่งออสเตรีย (แห่งราชสำนักฮับสบูร์ก) พระนางประสูติเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2298 (ค.ศ. 1755) เป็นธิดาองค์ที่ 15 และก่อนองค์สุดท้ายของพระบิดาและพระมารดา พระนางถูกเลี้ยงดูโดยอายาส เหล่าข้าราชบริพารของราชสำนัก (มาดาม เดอ บร็องเดส และต่อมาโดยมาดาม เดอ เลอเชนเฟลด์ ผู้เข้มงวด) ภายใต้การสอดส่องดูแลอย่างเข้มงวดของจักรพรรดินี ผู้มีแนวความคิดล้าหลังเกี่ยวกับการเลี้ยงดูโอรสและธิดา ด้วยการควบคุมสุขอนามัย และกระยาหารอย่างเข้มงวด และการทรมานร่างกายด้วยกิจกรรมหนักหน่วง มารี อองตัวเนตเติบโตขึ้นที่พระราชวังฮอฟบูร์กในกรุงเวียนนา และ ปราสาทชอนบรุนน์ การศึกษาของพระนางค่อนข้างถูกปล่อยประละเลย (หรือในอีกแง่หนึ่ง คือถูกเลี้ยงมาแบบง่ายๆกว่าการเลี้ยงดูราชนิกูลในราชสำนักฝรั่งเศส ได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ ห่างไกลจากกฎเกณฑ์ทั้งปวงของราชสำนัก เกือบจะแบบชาวบ้านธรรมดา) สามารถอ่านออกเขียนได้เมื่ออายุเกือบสิบชันษา เขียนภาษาเยอรมันได้ไม่ดีนัก พูดภาษาฝรั่งเศสได้น้อยนิด และยิ่งถ้าเป็นภาษาอิตาเลียนแล้วพระนางพูดได้น้อยมาก แม้ว่าทั้งสามภาษานั้นจะเป็นภาษาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในบรรดาราชนิกูลของออสเตรียก็ตาม จักรพรรดินีได้บังคับให้พระนางอภิเษกสมรสกับหลานชายคนโตของพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ผู้มีชันษาใกล้เคียงกัน และในขณะเดียวกัน จักรพรรดินียังใฝ่ฝันจะจัดการอภิเษกอิซาเบล ธิดาอีกองค์ กับพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ผู้ทรงชราภาพ
เมื่อมารี อองตัวเนตทรงเจริญพระชนมายุได้ 13 ชันษา จักรพรรดินีที่ขณะนั้นทรงเป็นหม้าย ได้ทรงสนพระทัยเพิ่มขึ้นในด้านการศึกษาของโอรสธิดา เพื่อจะได้สามารถจัดการอภิเษกสมรสได้ อาร์คดัชเชสมารี อองตัวเนต ได้หัดเล่น
ฮาร์ปซิคอร์ด กับ คริสตอฟ วิลบัลด์ กลุค (คีตกวีชื่อดัง) และเรียนนาฏศิลป์ฝรั่งเศสกับโนแวร์ เมื่อพระมารดาต้องเลือกระหว่างนักแสดงสองคนเพื่อให้มารี อองตัวเนตหัดการอ่านออกเสียง และร้องเพลง เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสได้ทัดทานอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเห็นว่านักแสดงไม่มีคุณสมบัติพอ มารี-เทเรซา แห่งออสเตรีย จึงได้ขอให้เขาจัดหาครูที่ราชสำนักฝรั่งเศสรับรองมาให้ ผู้ที่ถูกส่งมาคือ บาทหลวงแห่งแวร์มงด์ ผู้นิยมในยุคแสงสว่าง และผู้นิยมศาสตร์แห่งการคัดตัวหนังสือ เขาจะเป็นผู้ที่แก้ไขข้อบกพร่องทางการศึกษาของมารี อองตัวเนต
เมื่อวันที่
13 มิถุนายน พ.ศ. 2312 (ค.ศ. 1769) มาร์กีแห่งดูร์ฟอร์ต ได้มาสู่ขอมารี อองตัวเนตเพื่ออภิเษกกับมกุฎราชกุมารแห่งฝรั่งเศส จักรพรรดินีมารี-เทเรส แห่งออสเตรียรีบตกปากรับคำ ส่วนฝ่ายฝรั่งเศสที่เคร่งศาสนาได้คัดค้านการหมั้นหมายดังกล่าวที่ดำเนินการโดยดยุคแห่งชัวเซิล เอกอัครราชทูตฝรั่งเศส เนื่องจากจะเป็นการเอื้อประโยชน์กับออสเตรีย ศัตรูตลอดกาล พวกเขาได้เรียกพระชายาของมกุฎราชกุมารแล้วว่า ผู้หญิงออสเตรีย

วันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2553

chocolates




Fresh Mint
Dark chocolate ganache infused with fresh locally grown mint.





Dulce de Leche
Caramelized milk blended with white chocolate.






Wildflower Honey
Local wild flower honey cooked into a buttery caramel.






Morello Cherry
Morello cherry pate de fruit topped with a dark chocolate ganache.






Lemongrass
Milk chocolate ganache infused with fresh lemongrass.







Ginger Caramel
Caramel infused with fresh ginger.






Tequila Lime
Fresh lime juice, Anejo tequila and salt in white chocolate ganache.




Tequila Lime
Fresh lime juice, Anejo tequila and salt in white chocolate ganache.



Fresh Lemon
Lemon marmalade layered with white chocolate lemon ganache.

วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553

5อันดับน้ำตกที่สวยที่สุดในโลก


อันดับ 1 Iguazu Falls

อันดับ 2 Niagara falls

อันดับ 3 Dettifoss
อันดับ 4 Jog falls
อันดับ 5 Shoshone falls


วันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2553

charcuterie



La charcuterie désigne l'ensemble des préparations alimentaires principalement à base de viande de porc crue ou cuite et souvent de sel comme agent de conservation. En Italie, la charcuterie se nomme salumeria, dérivé du mot latin « sal », le sel. La charcuterie utilise l'ensemble des parties du porc. Elle emploie également d'autres viandes, notamment de gibier. Le nombre de spécialités est très élevé, les plus importantes sont les jambons, les pâtés, les saucisses et saucissons. Le terme désigne aussi le magasin dans lequel se vendent ces produits.
Historique
La pratique de la charcuterie remonte à des temps forts anciens, où le salage, le fumage... étaient les seuls moyens disponibles pour conserver efficacement de la viande sans glace ni source de froid type réfrigérateur. Ce sont les Romains qui mirent en pratique une certaine façon d'accommoder les viandes et, plus précisément, celle de porc. Cette viande, il est vrai, se prête bien au salage et au fumage. En France, la profession de charcutier a eu du mal à s'imposer. Ce n'est qu'au XVe siècle que les charcutiers obtinrent le droit d'être les seuls à vendre de la viande de porc crue, cuite ou apprêtée. Ils durent attendre le XVIe siècle pour avoir l'autorisation de tuer eux-mêmes les cochons. Jusqu'alors, ils achetaient cette viande aux bouchers. Le terme apparu vers le XVIe siècle dérive de « chair cuite ». C'est en 1475 à Paris, que la corporation des charcutiers « chair cuitiers » devint autonome et distincte de celle des bouchers qui conservaient le privilège de vendre des chairs fraîches.


Jambon
Le jambon fut pendant longtemps un mets royal ou réservé aux occasions spéciales. Très estimé sous l'Empire romain, il figurait sur les tables des empereurs[réf. nécessaire]. Au Moyen Âge, où l'on était grand consommateur de porc, le jambon était associé aux fêtes de la Semaine sainte (où il est interdit de manger de la viande). En cette époque, on transportait le jambon à l'aide de fourche.




สุภาษิตสอนใจ

Good manners are part and parcel of a good education. = กิริยามารยาทที่สุภาพเรียบร้อย เป็นส่วนสำคัญจากการได้รับการศึกษาดี
Habituate yourself to hard work. = จงฝึกฝนตัวเองให้เคยชินกับงานหนัก
To take something with a pinch of salt = ฟังหูไว้หู ฟังแล้วคิดพิจารณาก่อนจะเชื่อ
An accident is due to lack of proper care. = อุบัติเหตุมักจะเกิดขึ้นจากการขาดความระมัดระวัง
Don't shrink any task because of its arduousness. =อย่าละทิ้งงานใดๆ เพียงเห็นว่างานนั้นยาก
Happyness belong to the contented. =บุคคลจะมีความสุขหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความพอใจ
The tongue is like a sharp knife; it kills without drawing blood.= ลิ้นเหมือนมีดคม สามารถฆ่าได้โดยไม่มีเลือดตก
Though strength fails, boldness is praiseworthy. = ถึงแม้ว่ากระทำสิ่งใดยังไม่เป็นผลสำเร็จ แต่การที่ได้กล้าทำนั้นควรได้รับการยกย่อง
Brave actions never want trumpet. = การกระทำอันกล้าหาญ ไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศ
Reading makes a full man. = การอ่านหนังสือทำให้เป็นคนที่สมบูรณ์
Everyone thinks his own burden the heaviest. = ทุกคนมักคิดว่าภาระของตนหนักกว่าของผู้อื่นเสมอ