ต่อมา..จากครั้งที่แล้ว วันนี้! เราก็จะมาพูดถึงผลเสียจากการทำศัลยกรรมกันนะค่ะ ศัลยกรรมพลาสติก เคยได้ยิน เคยรู้ใช่ไหมว่ามันคือวิธีของหมอสมัยใหม่ที่จะทำให้คนสวย คนหล่อ หรือทำให้ดูหนุ่ม ดูสาวขึ้น ศัลยกรรมพลาสติกจึงมีทั้งการดึงหน้า ดึงตา ฉีดสารบางอย่างเข้าไป ดูดไขมันบางส่วนออกมา ตัดส่วนเกิน เติมส่วนขาดของส่วนหนึ่งส่วนใดในร่างกาย และอีกหลายๆ อย่าง
เมื่อปีที่ผ่านมา ชาวอเมริกันกว่าล้านคนที่ทำศัลยกรรมนี้ โดยกว่า 50% ยอมรับว่าอยากสวย อยากหล่อเท่านั้นเอง โดยไม่ได้นึกถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น อาจเป็นเพราะวิทยาการและเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้ผู้คนเห็นว่าเรื่องการทำศัลยกรรมเหล่านี้เป็นเรื่องง่าย เป็นเรื่องธรรมดามากๆ แต่ถึงอย่างไรทางการแพทย์ก็ยังเตือนให้พึงระลึกไว้เสมอว่า การผ่าตัดทุกครั้งมีความเสี่ยงสูงถึงชีวิตทั้งสิ้น ยกตัวอย่างเพียงการผ่าตัดก้นย้อยของคนที่กำลังจะแก้ให้กลมกลึงดังสาวรุ่นนั้น หมอต้องจรดปลายมีดหลายครั้งกว่าการผ่าตัดหัวใจเสียอีก จึงไม่ต้องสงสัยว่า ผู้เข้ารับการผ่าตัดต้องสูญเสียเลือดไปเท่าใด และบางครั้งอาจถึงขั้นสูญเสียชีวิตได้ทีเดียว และอาจเพราะเหตุนี้กระมังที่ทำให้บริษัทประกันไม่ยอมคุ้มครองการเจ็บป่วย อันเกิดจากการทำศัลยกรรมเพื่อเสริมสวยความงาม
ในขณะที่การแพทย์เตือนให้ผู้จะรับการผ่าตัดทำศัลยกรรมได้คำนึงถึงอันตรายและความเสี่ยงกันบ้าง เพราะแม้แต่องค์การอาหารและยาแห่งสหประชาชาติ ก็มีนโยบายเพียงตรวจสอบควบคุมเฉพาะยา อุปกรณ์การแพทย์และสารหรือวัสดุที่ใช้ในการนี้เท่านั้น ไม่ได้ควบคุมไปถึงขั้นตอนหรือกรรมวิธีการผ่าตัดของหมอด้วยแต่ศัลยแพทย์ก็ออกมารับประกันความเสี่ยง โดยอ้างว่าเปอร์เซนต์ความเสี่ยงนั้นมีน้อยมาก ผลร้ายที่อาจเกิดขึ้นมีเพียงภาวะการติดเชื่อและโรคหัวใจอันเนื่องมาจากการวางยาสลบ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเป็นอันขาด ท่านที่กำลังจะตัดสินใจทำศัลยกรรม ลองดูตัวอย่างความเสี่ยงอย่างต่ำที่สุดดู ตัวอย่างการดึงตาซึ่งเป็นที่นิยมแพร่หลายกว่าการดึงหน้า คนที่กำลังจะแก่ หนังตาจะตกต้องดึงไว้ก่อน หมอใช้เวลาเพียง 1 - 2 ชั่วโมงเท่านั้น ผลออกมาจึงเป็นที่พอใจและถูกใจของเจ้าของตาแทบทุกราย งานนี้แม้จะง่ายก็ยังไม่วายมีความเสี่ยง ซึ่งมีเพียง 5% ที่พบว่ามีปัญหาทุกครั้งที่หลับตา เป็นอยู่หลายเดือนและมีอีกหลายรายที่ไม่อาจหลับตาได้ตามปกติ บางรายมีภาวะการมองเห็นแย่ลง และมีอยู่ 0.5% ที่ถึงขั้นตาบอด

มีข่าวตีพิมพ์เกี่ยวกับผลข้างเคียงในการทำศัลยกรรมตกแต่งมากมาย ซึ่งเกิดอาการแทรกซ้อน มีสาเหตุมาจากอาทิเช่น พยาบาล แพทย์หรือผู้ที่ทำการผ่าตัดหรือทำศัลยกรรมตกแต่ง ขาดความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน ขาดความระมัดระวังในการประกอบวิชาชีพ หรือผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ใช้ในการเสริมความงามดังกล่าวเช่น ซิลิโคนหรือเต้านมเทียมซิลิโคน ที่ใช้ฝังในร่างกายนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีคุณภาพ ขาดความปลอดภัย หรือไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นต้น
หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการคุ้มครองผู้บริโภคในกรณีนี้ ก็คือ กองควบคุมการประกอบโรคศิลปะซึ่งมีหน้าที่ในการควบคุมดูแลประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ สำหรับในส่วนของผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ ซึ่งได้แก่ ซิลิโคนหรือเต้านมเทียมนั้น กองควบคุมเครื่องมือแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา มีหน้าที่ในการควบคุมกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ดังกล่าว








บางตำนานกล่าวว่ากุหลาบเกิดจากการชุมนุมของบรรดาทวยเทพ เพื่อประทานชีวิตใหม่ให้กับนางกินรีนางหนึ่ง ซึ่งเทพธิดาแห่งบุปผาชาติ หรือ คลอริส บังเอิญไปพบนางนอนสิ้นชีพอยู่ ในตำนานนี้กล่าวว่า อโฟรไดท์ เป็นเทพผู้ประทานความงามให้ มีเทพอีกสามองค์ประทานความสดใส เสน่ห์ และความน่าอภิรมย์ และมี เซไฟรัส ซึ่งเป็นลมตะวันตกได้ช่วยพัดกลุ่มเมฆ เพื่อเปิดฟ้าให้กับแสงของเทพ อพอลโล หรือแสงอาทิตย์ส่องลงมาเพื่อประทานพรอมตะ จากนั้น ไดโอนีเซียส เทพเจ้าแห่งเหล้าองุ่นก็ประทานน้ำอมฤต และกลิ่นหอม เมื่อสร้างบุปผาชาติดอกใหม่นี้ขึ้นมาได้แล้ว เทพทั้งหลายก็เรียกดอกไม้ซึ่งมีกลิ่นหอมและทรงเสน่ห์นี้ว่า Rosa จากนั้น เทพธิดาคลอริส ก็รวบรวมหยดน้ำค้างมาประดับเป็นมงกุฎ เพื่อมอบให้ดอกไม้นี้เป็นราชินีแห่งบุปผาชาติทั้งมวล จากนั้นก็ประทานดอกกุหลาบให้กับเทพ อีโรส ซึ่งเป็นเทพแห่งความรัก กุหลาบจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรัก แล้วเทพ อีโรส ก็ประทานกุหลาบนี้ให้แก่ ฮาร์โพเครติส ซึ่งเป็นเทพแห่งความเงียบ เพื่อที่จะเก็บซ่อนความอ่อนแอของทวยเทพทั้งหลาย ดอกกุหลาบจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเงียบและความเร้นลับอีกอย่างหนึ่ง

ธิดาของ